ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า AI จะเข้ามาแทน Google Search หรือไม่ และถ้าผู้คนหันไปถาม ChatGPT, Gemini หรือ Google AI Overview มากขึ้น การทำกูเกิ้ลแอด (Google Ads) ยังเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับธุรกิจอยู่หรือเปล่า
คำถามนี้เกิดขึ้นเพราะพฤติกรรมการค้นหาของผู้ใช้งานกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่พิมพ์คำค้นหาบน Google เพียงอย่างเดียว ปัจจุบันหลายคนเริ่มใช้ AI เพื่อขอคำแนะนำ เปรียบเทียบข้อมูล หรือค้นหาคำตอบที่ซับซ้อนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของ AI ไม่ได้หมายความว่า Google Search หรือการยิงแอด Google Ads จะหมดความสำคัญ แต่บทบาทของแต่ละช่องทางกำลังเปลี่ยนไป ธุรกิจที่เข้าใจการเปลี่ยนแปลงนี้ก่อน จะสามารถวางกลยุทธ์การตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง
Google Ads ยังจำเป็นอยู่ไหมในยุค AI?
คำตอบคือ ยังจำเป็น
แม้ AI จะช่วยให้การค้นหาข้อมูลสะดวกขึ้น แต่พฤติกรรมของผู้ใช้งานยังไม่ได้เปลี่ยนจาก Google ไปทั้งหมด โดยเฉพาะในระยะที่กำลังตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการ
Google เคยเปิดเผยว่า Google Search มีการค้นหามากกว่า 5 ล้านล้านครั้งต่อปี (5 Trillion Searches Annually) และหลังจากเปิดตัว AI Overview ผู้ใช้งานกลับค้นหามากขึ้น โดยเฉพาะคำถามที่มีความซับซ้อน ซึ่งในหลายตลาด เช่น สหรัฐอเมริกาและอินเดีย ปริมาณการค้นหาเพิ่มขึ้นมากกว่า 10% สำหรับคำค้นหาที่แสดง AI Overview
นอกจากนี้ Google ยังระบุว่า AI ทำให้ผู้ใช้งานค้นหาถี่ขึ้นและตั้งคำถามที่ละเอียดกว่าเดิม ส่งผลให้ Google Search ยังคงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการตัดสินใจซื้อ เพียงแต่รูปแบบของผลการค้นหาเปลี่ยนไปจากเดิม
ในอีกด้านหนึ่ง Google Ads ยังคงเป็นเครื่องมือที่ยังสำคัญอบู่สำหรับการเข้าถึงผู้ใช้งานที่กำลังค้นหาด้วยความต้องการที่ชัดเจนหรือระยะตัดสินใจซื้อ เช่น การค้นหาผู้ให้บริการ การเปรียบเทียบราคา หรือการติดต่อบริษัท ซึ่งเป็นช่วงที่มีโอกาสเปลี่ยนเป็นลูกค้าได้สูง
AI Search จะมาแทน Google หรือไม่?
แม้ AI Search จะได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว แต่ในปัจจุบันยังทำหน้าที่เป็น ส่วนเสริม มากกว่าการเข้ามาแทน Google Search โดยผู้ใช้งานมักใช้ ChatGPT, Gemini หรือ Perplexity เพื่อ
- สรุปข้อมูล
- เปรียบเทียบตัวเลือก
- ขอคำแนะนำ
- ค้นคว้าข้อมูลเบื้องต้น
แต่เมื่อถึงช่วงที่ต้องตัดสินใจซื้อสินค้า เปรียบเทียบผู้ให้บริการหลายๆเจ้า หรือค้นหาร้านค้าใกล้บ้าน ผู้ใช้งานจำนวนมากยังกลับมาค้นหาผ่าน Google Search เพื่อดูเว็บไซต์ อ่านรีวิว เปรียบเทียบราคา หรือคลิกโฆษณา
ข้อมูลจาก Gartner คาดการณ์ว่า ภายในปี 2026 นี้ปริมาณการค้นหาผ่าน Search Engine แบบดั้งเดิมอาจลดลงประมาณ 25% เนื่องจากผู้ใช้งานบางส่วนหันไปใช้ AI Chatbots มากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่า Google จะหายไป เพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังคงใช้ Google ควบคู่กับ AI ตามวัตถุประสงค์ของการค้นหา สะท้อนว่า AI และ Google Search มีแนวโน้มทำงานร่วมกัน มากกว่าที่ AI จะเข้ามาแทนที่ทั้งหมดในระยะสั้น
ธุรกิจแบบไหนยังควรทำ Google Ads?

คำตอบคือเกือบทุกธุรกิจที่ต้องการเพิ่มยอดขายในช่องทางออนไลน์ยังควรใช้ Google Ads อยู่ เราจะยกตัวอย่างกลุ่มธุรกิจที่การทำ Google ads ยังมีประโยชน์ต่อธุรกิจเหล่านี้อยู่อย่างมาก
1. ธุรกิจที่ลูกค้ามีความต้องการชัดเจน (High-Intent Search) ตัวอย่างเช่น
- คลินิก
- โรงพยาบาล
- บริษัทรับทำบัญชี
- บริษัทรับสร้างบ้าน
- ทนายความ
- Digital Marketing Agency
- บริษัทรับทำเว็บไซต์
- ธุรกิจที่ให้บริการเฉพาะทาง
เมื่อเกิดปัญหาหรือมีความต้องการ ผู้ใช้งานมักค้นหาทันที เช่น
- รับทำ Google Ads
- บริษัท SEO
- คลินิกกายภาพใกล้ฉัน
พฤติกรรมลักษณะนี้เรียกว่า การค้นหาที่มีความตั้งใจซื้อสูง เพราะผู้ค้นหากำลังมองหาผู้ให้บริการเพื่อเปรียบเทียบและตัดสินใจ ทำให้ Google Ads ยังคงเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มนี้
2. ธุรกิจ Local Business เช่น
- ร้านอาหาร
- ร้านเสริมสวย
- คลินิกทันตกรรม
- ฟิตเนส
- ร้านซ่อมรถ
ลูกค้ากลุ่มนี้มักค้นหาคำว่า
- ใกล้ฉัน
- Near me
หรือค้นหาผ่าน Google Maps ก่อนเดินทางไปใช้บริการ ทำให้ Google Search และ Google Ads ยังคงมีบทบาทสำคัญ
3. ธุรกิจ B2B
แม้การตัดสินใจซื้อจะใช้เวลานานกว่าธุรกิจทั่วไป แต่ผู้ซื้อ B2B มักเริ่มต้นจากการค้นหาข้อมูล เปรียบเทียบผู้ให้บริการ และศึกษารายละเอียดผ่าน Google ก่อนติดต่อฝ่ายขาย
สอดคล้องกับผลการศึกษาที่พบว่า 90% ของผู้ซื้อ B2B ใช้ Google Search เพื่อศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ โดยผู้ซื้อจะค้นหาเฉลี่ย 12 ครั้ง ก่อนเข้าชมเว็บไซต์ของแบรนด์ และกว่า 71% เริ่มต้นจากการค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดทั่วไป ไม่ใช่ชื่อบริษัทโดยตรง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่การทำ SEM Google และ Google Ads โดยเฉพาะการเลือกคีย์เวิร์ดที่ตรงกับความต้องการของผู้ซื้อ ยังคงมีบทบาทสำคัญในการเข้าถึงลูกค้าตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการตัดสินใจซื้อ
กลยุทธ์ใช้ Google Ads ร่วมกับ AI อย่างไร?
จากมุมมองที่อาจคิดว่า AI และ Google Ads กำลังแข่งขันกันหรือแย่งตลาดกัน โอกาสของธุรกิจก็คือควรใช้ทั้งสองช่องทางร่วมกัน เพราะแต่ละช่องทางตอบโจทย์คนละช่วงของการตัดสินใจซื้อ
ใช้ AI เพื่อสร้างการรับรู้และความน่าเชื่อถือ
- สร้างบทความคุณภาพ
- ทำ SEO และ AI SEO
- ปรับเว็บไซต์ให้รองรับ AI Search
- เพิ่ม Structured Data (Schema)
- สร้างความน่าเชื่อถือตามหลัก E-E-A-T
เมื่อผู้ใช้งานถาม ChatGPT, Gemini หรือ Google AI Overview เว็บไซต์ก็มีโอกาสถูกนำไปอ้างอิงมากขึ้น
ใช้ Google Ads เพื่อเข้าถึงลูกค้าที่พร้อมซื้อ
เมื่อผู้ใช้งานเริ่มค้นหาคำที่มีความต้องการชัดเจน เช่น
- รับทำ Google Ads
- บริษัทรับยิง Google Ads
- Digital Marketing Agency
Google Ads จะช่วยให้ธุรกิจปรากฏต่อหน้าลูกค้าในช่วงเวลาที่มีโอกาสเปลี่ยนเป็นยอดขายสูงที่สุด
โดยสรุปคือ
- AI ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ
- Google Ads ช่วยเปลี่ยนผู้สนใจให้กลายเป็นลูกค้า
การใช้ทั้งสองช่องทางร่วมกันจึงให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการเลือกใช้เพียงช่องทางเดียว
แม้ AI Search จะเข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมการค้นหาของผู้ใช้งาน แต่ไม่ได้หมายความว่าการ ทำ Google Ads จะหมดความสำคัญ
ในทางกลับกัน Google Ads ยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการเข้าถึงลูกค้าที่กำลังมองหาสินค้าหรือบริการด้วยความต้องการที่ชัดเจน ขณะที่ AI Search ช่วยสร้างการรับรู้ เพิ่มความน่าเชื่อถือ และเปิดโอกาสให้แบรนด์ถูกค้นพบตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการตัดสินใจ
ในอนาคต ผู้บริโภคอาจไม่ได้เลือกใช้เพียง Google Search หรือ AI Search อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่จะสลับใช้งานทั้งสองช่องทางตามจุดประสงค์ของการค้นหา ดังนั้น ธุรกิจที่เตรียมความพร้อมทั้งด้าน SEO, AI Search และ Google Ads ไปพร้อมกัน จะมีโอกาสเข้าถึงลูกค้าได้ครอบคลุมมากกว่า และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาว
หากคุณกำลังมองหาทีมที่เชี่ยวชาญทั้ง SEO, AI Search และบริการรับทำ Google Ads ทีมงาน Glaxier พร้อมช่วยวางกลยุทธ์ที่เชื่อมทุกช่องทางเข้าด้วยกัน ตั้งแต่การสร้างการมองเห็นบน Google การเพิ่มโอกาสให้เว็บไซต์ถูกอ้างอิงใน AI Search ไปจนถึงการวางแผนแคมเปญ Google Ads ที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ทางธุรกิจ เพื่อให้ทุกการลงทุนด้านการตลาดสามารถวัดผลได้อย่างชัดเจนและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ติดต่อเราเลยวันนี้






