Join our community to keep up to date with the latest digital strategy that will help you grow you business.

Blog :

7 ปัญหาที่มักจะเจอเมื่อจ้างทำเว็บไซต์

7 ปัญหาที่มักจะเจอเมื่อจ้างทำเว็บไซต์

การจะทำเว็บไซต์ด้วยการจ้างทำฟังดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย แค่หาบริษัทรับทำเว็บไซต์ เลือกดีไซน์ที่ถูกใจ แล้วรอรับงาน แต่ในความเป็นจริง โปรเจกต์เว็บไซต์จำนวนมากไม่ได้จบลงด้วยความราบรื่นแบบนั้น

มีโปรเจกต์เว็บไซต์จำนวนไม่น้อยที่เกิดปัญหาบางส่วนหรือทั้งหมดระหว่างทาง และโปรเจกต์ที่ล้มเหลวไม่ได้แค่เสียงบประมาณ แต่ยังกินเวลาในกระบวนการทำงานไปเป็นหลักเดือน ทำให้แผนการตลาดล่าช้า และมักจบด้วยเว็บไซต์ที่ต้องสร้างใหม่อีกครั้ง

บทความนี้เราได้รวบรวม 7 ปัญหาที่อาจพบได้บ่อยที่สุดเมื่อคุณจ้างทำเว็บไซต์ พร้อมลิสต์คำถามที่ควรถามก่อนเซ็นสัญญา เพื่อให้คุณเลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์ได้อย่างมั่นใจและไม่ต้องเสียเวลาเพิ่มอีกในภายหลัง

ปัญหาที่พบบ่อยในการจ้างทำเว็บไซต์มีอะไรบ้าง?

1. งบประมาณบานปลายเพราะ Scope ไม่ชัดเจนตั้งแต่แรก

ปัญหานี้พบได้บ่อยที่สุด การที่มีราคาแบบเหมาจ่ายที่ฟังดูเหมือนทุกอย่างจะครบจบ แต่ถ้าไม่มีการระบุขอบเขตงานอย่างละเอียด อาจนำไปสู่ค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้คาดไว้ได้ ฟีเจอร์ที่อาจจะคิดว่ารวมอยู่ในราคานั้นแล้วแต่แรกอาจกลายเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมทันทีหลังเริ่มงาน

ปัญหานี้มักเกิดจากทั้งสองฝ่าย ทั้งทางบริษัทที่รับทำเว็บไซต์ที่ไม่อธิบายรายละเอียดให้ชัดตั้งแต่แรก และลูกค้าที่ไม่ได้มีการตั้งขอบเขตงบประมาณและความต้องการที่ชัดเจนก่อนที่จะเว็นสัญญาเริ่มงาน

2. เลือกบริษัทที่เสนอราคาถูกที่สุด แล้วได้เว็บไซต์ที่ไม่มีประสิทธิภาพ 

การเลือกจากราคาถูกที่สุดเป็นความผิดพลาดที่มักพบบ่อยเช่นกัน ซึ่งจริงๆเเล้วบริษัทที่เสนอราคาที่ต่ำผิดปกติมักอาจตัดคุณภาพบางอย่างออกเพื่อไม่ให้ขาดทุนจากโปรเจกต์ ผลลัพธ์ที่ตามมาคือเว็บไซต์ที่มีปัญหาด้าน UX หรือฟังก์ชันที่ใช้งานไม่ได้จริง

3. Scope งานขยายเรื่อย ๆ โดยไม่มีการปรับ Timeline หรืองบประมาณ

ยกตัวอย่าง เช่น อาจจะคุยกันเริ่มต้นด้วยเว็บไซต์ธรรมดา แต่ระหว่างทางมีการเพิ่มฟีเจอร์ทีละนิดโดยไม่มีการคุยเรื่อง Timeline หรืองบใหม่กับลูกค้า ซึ่งโปรเจกต์ที่ Scope ขยายตัวเรื่อย ๆ โดยไม่มีการแจ้งปรับ Timeline หรืองบประมาณตามไปด้วย มักจบลงด้วยความล่าช้าและความไม่พอใจของทั้งสองฝ่าย

4. สื่อสารไม่ชัดเจน จนงานที่ได้ไม่ตรงกับที่คุยกันไว้

การสื่อสารที่ไม่ชัดเจนตั้งแต่แรกเป็นสาเหตุหลักของปัญหาในโปรเจกต์เว็บไซต์ ปัญหาด้านการสื่อสารส่งผลกระทบต่อกระบวนการทำงานซึ่งทำให้อาจจะต้องมีการปรับปรุงหรือแก้ไขงานใหม่ เนื่องจากความเข้าใจที่ไม่ตรงกันตั้งแต่ต้น

5. ได้เว็บไซต์ที่สวย แต่ไม่มีประสิทธิภาพด้านการใช้งาน 

หากได้เว็บไซต์ที่สวยงามแต่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งาน ไม่คำนึงถึงประสบการณ์ของผู้ใช้ที่เข้ามาในเว็บไซต์ ก็เป็นเพียงงานศิลปะราคาแพงชิ้นหนึ่ง บริษัทที่รับจ้างทำเว็บแล้วโฟกัสแค่ความสวยงามโดยไม่คำนึงถึงการเพิ่ม Conversion หรือการเปลี่ยนจากผู้เข้าชมเว็บไซต์เป็นลูกค้าจริง การทำเว็บไซต์นั้นก็เหมือนเสียเงินไปโดยที่ไม่ได้ผลลัพธ์ทางธุรกิจ หรือรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคตได้ 

6. ไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ Source Code หลังเว็บไซต์เสร็จ

หลายธุรกิจเพิ่งมารู้หลังจากเว็บไซต์เสร็จแล้วว่า ไม่ได้เป็นเจ้าของ Source Code, ไฟล์ดีไซน์ หรือแม้แต่เนื้อหาบนเว็บไซต์อย่างที่คิด เมื่อถึงเวลาต้องการแก้ไขเว็บไซต์ ย้ายไปใช้บริษัทใหม่ หรือขอไฟล์ต้นฉบับ กลับพบว่าต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม หรือในบางกรณีไม่สามารถนำข้อมูลออกมาได้เลย

ก่อนเริ่มโปรเจกต์ควรระบุในสัญญาให้ชัดเจนว่าใครเป็นเจ้าของ Source Code, งานออกแบบ และอื่นๆ หลังส่งมอบงาน เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

7. ไม่มีการพูดถึงค่าดูแลรักษาหลังเว็บไซต์เสร็จ

หลายคนคิดว่าเรื่องค่าใช้จ่ายจะจบลงหลังเว็บไซต์เสร็จแล้วพร้อมใช้งาน แต่ความจริงแล้ว เว็บไซต์ก็เหมือนทรัพย์สินอย่างหนึ่งที่ต้องมีการดูแลอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการอัปเดตระบบ ป้องกันความปลอดภัย สำรองข้อมูล หรือแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น หากไม่มีการดูแลอย่างต่อเนื่อง เว็บไซต์ก็อาจทำงานผิดปกติหรืออาจเสี่ยงต่อการถูกแฮ็กได้

สิ่งสำคัญคือควรถามบริษัทรับทำเว็บไซต์ตั้งแต่ต้นว่า มีค่าบำรุงรักษาหลังส่งมอบหรือไม่ ครอบคลุมบริการอะไรบ้าง และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในอนาคตหรือเปล่า

ควรถามอะไรบริษัททำเว็บก่อนจ้างทำเว็บไซต์?

หลายปัญหาที่เจ้าของธุรกิจพบหลังเว็บไซต์เสร็จ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์แก้ไขยาก เว็บไซต์ช้า ไม่สามารถย้าย Host ได้ หรือแม้แต่ไม่เป็นเจ้าของไฟล์ต้นฉบับของเว็บไซต์ ล้วนเป็นเรื่องที่สามารถป้องกันได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มโปรเจ็ก หากมีการพูดคุยและตกลงรายละเอียดให้ชัดเจน

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์ อย่ากลัวที่จะถามคำถามที่สำคัญ เพราะคำตอบที่ได้รับจะช่วยให้ได้เห็นทั้งวิธีการทำงาน ความโปร่งใส และความเชี่ยวชาญของบริษัทนั้นได้ดีกว่าการดูแพคเกจราคาเพียงอย่างเดียว

นี่คือคือคำถามสำคัญที่เราคัดมาแล้วว่าควรถามก่อนเซ็นสัญญา เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันปัญหาที่หลายธุรกิจเพิ่งมารู้ตัวหลังเว็บไซต์เปิดใช้งานไปแล้ว

ภาพกราฟิกคอมพิวเตอร์
  1. ขอบเขตงานนี้ครอบคลุมอะไรบ้าง และอะไรที่ไม่รวมอยู่ในราคา 

ควรได้รับคำตอบที่แบ่งเป็นรายละเอียดชัดเจน ไม่ใช่แค่ราคาก้อนเดียวที่ไม่มีการระบุสิ่งที่จะต้องส่งมอบในแต่ละขั้น

  1. ถ้าระหว่างทางมีการเพิ่มฟีเจอร์ จะคิดค่าใช้จ่ายและ Timeline อย่างไร

คำตอบจากบริษัทรับทำเว็บที่ดีควรมีกระบวนการที่ชัดเจนสำหรับการจัดการ Scope ที่เปลี่ยนแปลง ไม่ใช่แค่บอกว่า จะมีการพูดคุยกันภายหลังเริ่มโปรเจกต์

  1. ใครเป็นเจ้าของ Source Code ดีไซน์ และเนื้อหาหลังงานเสร็จ 

เป็นสิ่งที่ควรถูกระบุไว้ในสัญญาอย่างชัดเจนตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน ไม่ใช่พูดคุยกันด้วยวาจาเท่านั้น

  1. มีค่าดูแลรักษาหลังเว็บไซต์เสร็จหรือไม่ และประมาณเท่าไร 

บริษัทรับทำเว็บไซต์ที่โปร่งใสจะบอกค่าใช้จ่ายนี้ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่มาแจ้งทีหลังเมื่อเว็บไซต์มีปัญหาในภายหลัง

  1. ขอดู Portfolio พร้อม Live URL และผลลัพธ์จริง ไม่ใช่แค่ภาพ Screenshot 

ปัญหาที่พบบ่อยเมื่อได้งานไม่ตรงกับความต้องการมักจะมาจากการที่บริษัทนั้นนนำเสนอ Portfolio เป็นแค่ภาพ Screenshot โดยไม่มีลิงก์เว็บไซต์จริงให้ตรวจสอบ

  1. กระบวนการทำงานเป็นอย่างไร แบ่งเป็นกี่ขั้นตอน 

ควรแบ่งราคาตามช่วงงาน เช่น การวิเคราะห์ Wireframe การออกแบบ UI และการส่งมอบงาน แต่ละขั้นควรมีรายละเอียดที่ชัดเจน หากบริษัทไม่สามารถอธิบายราคาแบบแบ่งขั้นตอนได้ อาจต้องระวังว่างบที่ตั้งไว้สามารถมีการบานปลายทีหลังได้

เลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์ยังไงให้งบไม่บานปลาย?

คำนวณงบและความต้องการให้ชัดเจนก่อนเริ่มคุย 

การที่ไม่ตั้งงบประมาณที่ชัดเจนตั้งแต่แรกอาจนำไปสู่การได้เว็บไซต์ที่ถูกลดคุณภาพลง หรือไม่ตรงใจ เพราะฉะนั้นยิ่งกำหนดความต้องการชัดเจนแค่ไหน ขอบเขตงบชัดเจนแค่ไหน เว็บไซต์ที่ได้ออกมาจะมีความตรงกับความต้องการมากยิ่งขึ้น

อย่าเลือกจากราคาถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว 

เลือกบริษัทที่เสนอราคาสมเหตุสมผลกับคุณภาพงานที่คาดหวัง เพราะราคาที่ถูกผิดปกติมักตามมาด้วยค่าใช้จ่ายในการแก้ไขที่แพงกว่าในภายหลัง

ขอสัญญาที่ระบุขอบเขตงานอย่างละเอียด ไม่ใช่แค่ราคาก้อนเดียว 

สัญญาที่ดีควรแยกรายละเอียดว่าอะไรรวมอยู่ในราคา อะไรไม่รวม และกระบวนการจัดการเมื่อมีการขอเพิ่มงานระหว่างการดำเนินโปรเจกต์

สอบถามเรื่อง Maintenance และค่าใช้จ่ายหลังเว็บไซต์เสร็จตั้งแต่ต้น 

ไม่จำเป็นต้องรอให้เว็บไซต์เสร็จแล้วค่อยถามเรื่องนี้ เพราะบางบริษัทอาจตั้งใจไม่พูดถึงค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เพื่อให้ราคาตอนแรกดูน่าดึงดูด แล้วไปเรียกเก็บเพิ่มเติมในส่วนนี้ทีหลัง

เลือกบริษัทที่ถามคำถามเกี่ยวกับธุรกิจของก่อนเสนอราคา 

ถ้าได้รับการเสนอราคาเลยทันทีโดยไม่มีการพูดคุยเชิงลึกเกี่ยวกับธุรกิจ กลุ่มเป้าหมาย หรือระบบที่มีอยู่เดิม เป็นไปได้ว่าข้อเสนอที่ทางบริษัทให้มานั้นไม่ได้ปรับเพื่อให้เว็บไซต์ที่จะทำเหมาะกับธุรกิจนั้นๆ แต่อาจเป็นแค่ Template ที่มีอยู่แล้วแล้วมาเปลี่ยนเป็นธุรกิจของคุณแทน

การหาบริษัทที่รับทำเว็บไซต์จะราบรื่นได้เริ่มต้นจากการรู้ทันปัญหาที่มักเกิดขึ้นก่อนที่จะเซ็นสัญญา ไม่ใช่การแก้ปัญหาหลังจากที่เกิดขึ้นไปแล้ว

ไม่ว่าคุณจะกำลังมองหาบริการรับทำเว็บไซต์ เปรียบเทียบบริษัทรับทำเว็บไซต์ราคาจากหลายเจ้า หรือกำลังตัดสินใจว่าจะจ้างบริษัทรับทำเว็บไซต์ที่ไหนดี ให้ใช้คำถามในบทความนี้เป็น Checklist ก่อนตัดสินใจ เพราะบางครั้งราคารับสร้างเว็บไซต์ที่ถูกที่สุดก็ไม่ใช่ตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว การถามคำถามที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น คุ้มค่ามากกว่าการต้องแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นภายหลังเสมอ ปรึกษาและประเมินสำหรับการเริ่มทำเว็บไซต์กับ Glaxier ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

Similar articles: