Join our community to keep up to date with the latest digital strategy that will help you grow you business.

Blog :

การตลาดออนไลน์ในยุค AI เจ้าของธุรกิจควรปรับตัวอย่างไรให้ทัน?

ทุกวันนี้เวลาต้องการหาข้อมูล หลายคนไม่ได้เริ่มต้นจากการเปิดเว็บไซต์แล้วไล่ดูทีละหน้าเหมือนในอดีตอีกต่อไป จากเดิมที่เราอาจพิมพ์ Keyword สั้น ๆ ลงใน Google เช่น “Digital Marketing Agency” แล้วเลือกเว็บไซต์จากผลการค้นหา ปัจจุบันผู้ใช้สามารถตั้งคำถามกับ AI ได้โดยตรง เช่น

“ช่วยแนะนำ Digital Marketing Agency ที่เหมาะกับธุรกิจ SME ในกรุงเทพฯ ที่ต้องการเพิ่มยอดขายผ่าน Google และ Facebook”

AI สามารถทำความเข้าใจบริบทของคำถาม นำข้อมูลจากหลายแหล่งมาประกอบ และสรุปคำตอบให้ผู้ใช้ได้ทันที นี่จึงเป็นเหตุผลที่ธุรกิจในปัจจุบันไม่ควรคิดเพียงว่า “ทำอย่างไรให้เว็บไซต์ติดอันดับ Google?” แต่ควรเริ่มคิดเพิ่มว่า

“เมื่อมีคนถาม AI เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการที่เราขาย AI จะรู้จักและแนะนำธุรกิจของเราหรือไม่?”

AI Search คืออะไร?

AI Search คือรูปแบบการค้นหาที่นำเทคโนโลยี Generative AI เข้ามาช่วยทำความเข้าใจคำถามของผู้ใช้ และสร้างคำตอบจากข้อมูลที่เกี่ยวข้อง แทนที่จะให้แค่รายการลิงก์เว็บไซต์แบบ Search Engine ดั้งเดิม ตัวอย่างที่คนไทยคุ้นเคยที่สุดคือ Google AI Overview ที่ขึ้นเป็น กรอบสรุปคำตอบด้านบนสุดของหน้าผลการค้นหา รวมถึงการใช้ ChatGPT, Gemini หรือ Perplexity ถามคำถามตรงๆ แทนการพิมพ์ Keyword ค้นหาแบบเดิม 

พูดง่ายๆ คือ AI Search ไม่ใช่สิ่งที่มาแทนที่ Google Search แบบเดิมทั้งหมด  แต่เข้ามาเป็นอีกช่องทางการตลาดออนไลน์ที่ผู้บริโภคใช้คู่ขนานกันไป AI Overviews และ AI เหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยตอบคำถามที่ซับซ้อนขึ้น และเชื่อมโยงผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง และ AI กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของในชีวิตประจำวันที่คนใช้โดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำเช่น ถามสูตรอาหาร ถามอาการป่วยเบื้องต้น หรือถามหาร้านอาหารใกล้ตัว

AI Search ทำให้พฤติกรรมผู้ใช้เปลี่ยนไปอย่างไร?

สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ผู้ใช้ถามคำถามที่ ยาวขึ้น ละเอียดขึ้น และเป็นภาษาที่เป็นธรรมชาติเหมือนการพูดถามในชีวิตประจำวันมากขึ้น

เมื่อ AI สามารถทำความเข้าใจบริบทและคำถามหลายเงื่อนไขได้ ผู้ใช้จึงไม่จำเป็นต้องแยกการค้นหาออกเป็นหลายครั้งเหมือนเดิมเสมอไป 

ตัวอย่างเช่น จากเดิมที่อาจค้นว่า

“บริษัทรับทำ Google ads” แล้วค้นต่อว่า “บริษัทรับทำ Google ads ใกล้ฉัน” และ “บริษัทรับทำ Google ads ราคา”

ผู้ใช้อาจถาม AI ในครั้งเดียวว่า

“บริษัทไหนรับทำ Google ads ในกรุงเทพฯ ที่ราคาไม่แพง”

โดยมีรายงานจาก Google ว่าผู้ใช้ AI Mode ในกลุ่มแรก ๆ มีแนวโน้มตั้งคำถามที่ยาวกว่าการค้นหาแบบเดิมประมาณ 2–3 เท่า และถามต่อเพื่อเจาะลึกจากคำถามเดิม การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ Search Intent มีความสำคัญมากขึ้น เพราะผู้ใช้ไม่ได้กำลังค้นหาเพียง “Keyword” แต่กำลังบอกว่า

  • ต้องการอะไร
  • ต้องการนำข้อมูลไปทำอะไร
  • มีข้อจำกัดอะไร
  • กำลังอยู่ในขั้นตอนไหนของการตัดสินใจ

และเมื่อคำถามมีบริบทมากขึ้น เนื้อหาที่ธุรกิจสร้างขึ้นก็ต้องสามารถตอบบริบทเหล่านั้นได้เช่นกัน 

ธุรกิจต้องเริ่มปรับการทำการตลาดออนไลน์อย่างไร?

การตลาดออนไลน์ในยุค AI

การเปลี่ยนแปลงของ Search ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจต้องทิ้งวิธีทำการตลาดออนไลน์แบบเดิมทั้งหมด แต่ควรเริ่มมองการตลาดแบบเชื่อมโยงกันมากขึ้น ซึ่งส่วนที่ต้องปรับหลักๆ มี 4 ส่วนที่เรามองว่าเป็นหัวใจหลัก

Website

พื้นฐานแรกคือเว็บไซต์ต้องพร้อมสำหรับ AEO หรือ GEO ก็คือ Google และระบบ AI ต้องสามารถเข้าถึงและทำความเข้าใจข้อมูลสำคัญบนเว็บไซต์ได้ จึงต้องให้ความสำคัญกับเรื่องพื้นฐาน เช่น

  • Sitemap 
  • Robots.txt 
  • Canonical 
  • Indexability 
  • Crawlability 
  • Internal Links

รวมถึงประสิทธิภาพเว็บไซต์ Mobile Experience และ Structured Data 

ต้องบอกตามตรงว่าไม่มีเทคนิคพิเศษใดที่สามารถรับประกันได้อย่าง 100% ว่าเว็บไซต์จะปรากฏใน AI Overviews หรือ AI ตัวอื่นๆ ได้ แต่พื้นฐานที่ดีที่ทำให้มีโอกาสนั่นคือเว็บไซต์ต้องสามารถถูก Crawl และ Index และปรากฏใน Google Search ได้ก่อน 

ดังนั้น การทำ AEO หรือ GEO ไม่ได้แยกขาดจาก Technical SEO ถ้า Search Engine เข้าถึงเว็บไซต์ไม่ได้ ก็ยากที่จะทำให้ข้อมูลของเว็บไซต์ถูก AI ค้นพบและหยิบเนื้อหาไปใช้

Content 

ต้องตอบ Intent ไม่ใช่แค่ไล่ตาม Keyword 

เมื่อผู้ใช้ถามคำถามที่ละเอียดขึ้น การสร้าง Content ก็ต้องคำนึงถึงความต้องการจริงๆของลูกค้ามากกว่าคิดเพียงว่า “Keyword นี้ต้องใส่กี่ครั้ง?” แต่ควรเริ่มจาก “ลูกค้ากำลังต้องการคำตอบอะไร?” ตัวอย่างเช่น หากเป็น Digital Marketing Agency อาจมี Keyword ที่เกี่ยวข้อง เช่น

  • การตลาดออนไลน์
  • Digital Marketing Agency
  • บริษัทรับทำการตลาดออนไลน์
  • Digital Marketing Agency กรุงเทพ
  • รับทำ SEO
  • รับทำ Google Ads

แต่ในความเป็นจริง ลูกค้าที่กำลังมองหา Digital Marketing Agency อาจมีคำถามที่เฉพาะเจาะจงกว่านั้น เช่น 

  • ธุรกิจ SME ควรเริ่มทำการตลาดออนไลน์จากช่องทางไหน?
  • SEO กับ Google Ads ต่างกันอย่างไร และธุรกิจควรทำอะไร?
  • ทำ Google Ads อย่างไรให้ได้ลูกค้าจริง?
  • งบการตลาดออนไลน์ควรแบ่งระหว่าง Google Ads, Facebook Ads และ SEO อย่างไร?
  • ก่อนเลือก Digital Marketing Agency ควรดูอะไรบ้าง?

คำถามเหล่านี้สะท้อน Search Intent และ Customer Journey ที่แตกต่างกัน บางคนเพิ่งเริ่มหาข้อมูล บางคนกำลังเปรียบเทียบตัวเลือก ดังนั้น Content ที่ดีจึงไม่ใช่การนำ Keyword มาวางรวมกันด้วยจำนวนที่เหมาะสมเหมือนเดิม แต่คือการให้ข้อมูลที่ช่วยให้ลูกค้า ค้นพบ → ทำความเข้าใจ → เปรียบเทียบ → ตัดสินใจ

Google เองก็แนะนำให้สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ มีความน่าเชื่อถือ และสร้างขึ้นโดยคำนึงถึงผู้ใช้เป็นหลัก มากกว่าการสร้างเนื้อหาเพื่อตอบโจทย์ Search Engine เพียงอย่างเดียว

Digital Advertising

Google Ads และ Facebook Ads ยังมีบทบาทสำคัญในการหาลูกค้าอยู่ เนื่องจาก AI Search ไม่ได้ทำให้ Paid Advertising หายไป เพราะลูกค้าแต่ละคนอยู่ใน Customer Journey ที่แตกต่างกัน คนหนึ่งอาจเห็นโฆษณาบน Facebook ก่อน อีกคนอาจค้นหา Google เมื่อพร้อมซื้อ อีกคนอาจถาม AI เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลก่อนตัดสินใจ 

และใน google คำค้นหาที่มี Commercial Intent สูงยังคง แสดง Ads ก่อน AI Overview อยู่ดี ธุรกิจที่หยุดทำโฆษณาเพราะคิดว่า “AI Overview มาแทนที่ Ads แล้ว” อาจเสียโอกาสจากลูกค้าที่พร้อมซื้อไปให้คู่แข่งที่ยังทำโฆษณาอยู่ทันที เพราะกลุ่มลูกค้าที่ Search ด้วยคำที่มีความตั้งใจซื้อสูง คือกลุ่มที่มีโอกาสปิดการขายได้เร็วที่สุด การเลิกทำโฆษณาไปเลยอาจไม่ได้ให้ผลดีเท่ากับการปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมขึ้น

ดังนั้น Google Ads และ Facebook Ads ยังอยู่ใน Marketing Strategy โดยเฉพาะการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในช่วงที่ธุรกิจต้องการสร้าง Demand หรือเข้าถึงผู้ใช้ที่มี Intent ชัดเจน ในขณะเดียวกัน SEO และ AEO สามารถช่วยสร้าง Organic Visibility และทำให้ข้อมูลของธุรกิจมีโอกาสถูกค้นพบในช่วงที่ผู้ใช้กำลังหาคำตอบ 

Digital Trust

เมื่อ AI สามารถรวบรวมและสรุปข้อมูลจากหลายแหล่ง ความน่าเชื่อถือของข้อมูลจึงมีความสำคัญมากขึ้น

การที่เว็บไซต์ธุรกิจที่บอกว่า “เราเป็นผู้เชี่ยวชาญ” เพียงอย่างเดียวก็คงจะไม่พอ แต่จำเป็นต้องมีข้อมูลที่ช่วยสนับสนุนความน่าเชื่อถือนั้นที่สามารถพิสูจน์ได้ เช่น

  • ข้อมูลบริษัทที่ชัดเจน
  • รายละเอียดสินค้าและบริการ
  • ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ
  • ผลงานและ Case Studies
  • Reviews และ Testimonials
  • ข้อมูลติดต่อที่สอดคล้องกัน
  • Brand Mentions จากแหล่งอื่น
  • ข้อมูลธุรกิจบนแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้อง
  • เนื้อหาที่มีแหล่งข้อมูลและผู้เชี่ยวชาญรองรับ

เป้าหมายคือการทำให้ข้อมูลของธุรกิจ ชัดเจน สอดคล้อง และตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะถูกค้นพบผ่าน Search Engine, Social Media หรือ AI

AI Search คืออีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของการทำการตลาดออนไลน์

สำหรับธุรกิจ สิ่งที่ต้องเปลี่ยนจึงไม่ใช่เพียงการ “ทำให้ AI พูดถึงแบรนด์” แต่คือการสร้างระบบการตลาดออนไลน์ที่ทำให้ธุรกิจมีข้อมูลที่

ค้นพบได้ → เข้าใจได้ → ตอบคำถามได้ → น่าเชื่อถือ → และเชื่อมต่อไปสู่การตัดสินใจได้

เพราะในอนาคต การแข่งขันอาจไม่ได้มีเพียงว่า “ใครอยู่หน้าแรกของ Google?”

แต่รวมถึง “เมื่อผู้ใช้ถามว่าใครเหมาะกับความต้องการของเขา AI จะมีข้อมูลของใครมากพอที่จะนำมาเป็นคำตอบ?” และนี่คือเหตุผลที่ธุรกิจควรเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้ ติดต่อเราเพื่อขอคำปรึกษาได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

Similar articles: