Join our community to keep up to date with the latest digital strategy that will help you grow you business.

Blog :

5 เทคนิคทำให้ AI แนะนำธุรกิจของคุณ!

5 เทคนิคทำให้ AI แนะนำธุรกิจของคุณ!

หลายธุรกิจในปัจจุบันเริ่มตั้งคำถามเดียวกันในช่วงนี้ว่า ทำไมคู่แข่งที่อันดับ SEO ก็ไม่ได้ดีไปกว่าเรา กลับถูก ChatGPT หรือ AI Overview พูดถึงบ่อยกว่า ทั้งที่ SEO ของเว็บไซต์เราก็แข็งแรงไม่ต่างกัน อันดับอาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ คำตอบง่ายๆ คือ ทำ SEO แบบเข้าใจการทำงานของ AI มากพอหรือเปล่า บทความนี้จะพาไปดูว่า AI เลือกแนะนำแบรนด์จากอะไร ทำไมบางแบรนด์ไม่ติดอันดับ 1 บน Google แต่กลับถูก AI แนะนำก่อน และ 5 เทคนิคที่ทำให้ธุรกิจของคุณ มีโอกาสถูก AI นำไปแนะนำมากขึ้น ยิ่งเข้าใจการทำงานของ AI ตั้งแต่ตอนนี้ธุรกิจก็ยิ่งปรับตัวได้เร็วกว่าคู่แข่ง!

AI เลือกแนะนำแบรนด์จากอะไร

AI ไม่ได้มองเพียงว่าเว็บไซต์ไหนมี Keyword ตรงกับคำถามมากที่สุด แต่ต้องอาศัยข้อมูลจากหลายส่วนเพื่อทำความเข้าใจว่าแบรนด์นั้นคือใคร ทำอะไร มีความเกี่ยวข้องกับคำถามหรือไม่ มากน้อยแค่ไหน และข้อมูลนั้นน่าเชื่อถือเพียงใด ซึ่งเรื่องพื้นฐานหลักๆ ก็จะมีดังนี้  

1. Digital Trust และข้อมูลอ้างอิง

เมื่อ AI ต้องตอบคำถามที่มีผู้ใช้ถามเกี่ยวกับธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลที่อยู่บนเว็บไซต์ของแบรนด์เพียงแห่งเดียวอาจไม่ใช่ทั้งหมดที่ระบบนำมาพิจารณา แต่ยังดูไปถึงข้อมูลที่ถูกกล่าวถึงโดยเว็บไซต์อื่น รีวิว โปรไฟล์ของธุรกิจ ข่าวที่เกี่ยวข้อง บทความ หรือแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ สามารถช่วยสร้างภาพรวมว่าแบรนด์นั้นมีตัวตนจริงๆ และเกี่ยวข้องกับสิ่งที่กล่าวถึงอย่างไร

ยิ่งข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจมีความสอดคล้องกันในหลายแหล่ง ก็ยิ่งช่วยให้ระบบเข้าใจ“ตัวตนของธุรกิจ” ได้ชัดเจนขึ้น

2. พื้นฐาน SEO ยังคงสำคัญ!

อย่างที่เราเกริ่นไปว่า “ทำ SEO แบบเข้าใจการทำงานของ AI มากพอหรือเปล่า” ตามที่ google ได้ระบุไว้ว่า การทำ SEO ยังคงมีความเกี่ยวข้องกับ Generative AI(GEO) ไม่ได้หายไปถึงจะมี AI Search เข้ามา แต่บทบาทของ SEO กำลังขยายจากการทำให้เว็บไซต์ “ติดอันดับ” ไปสู่การทำให้ Search Engine และระบบ AI ค้นพบ เข้าถึง และเข้าใจข้อมูลบนเว็บไซต์ได้

เว็บไซต์จึงควรมีโครงสร้างที่ชัดเจน มีหน้าเว็บที่ตอบโจทย์แต่ละ Search Intent มี Internal Link ที่ช่วยเชื่อมโยงเนื้อหา และมี Technical SEO ที่ทำให้ Search Engine เข้าถึงข้อมูลสำคัญได้ พูดง่ายๆ คือ ก่อนที่ AI จะนำข้อมูลจากเว็บไซต์ไปตอบคำถามได้ ระบบต้องสามารถ เข้าถึงและทำความเข้าใจข้อมูลนั้นก่อนซึ่งพวกนั้นก็คือพื้นฐาน SEO ที่แข็งแรงนั่นเอง

ทำไมบางแบรนด์ไม่ได้อันดับ 1 บน Google แต่กลับถูก AI แนะนำ?

เพราะระบบ AI Search อย่างเช่น Google AI Overviews, Perplexity หรือ ChatGPT ไม่ได้หยิบคอนเทนต์มาตอบด้วย จำนวน Keyword, ความนิยม, หรือ จำนวน Backlink เหมือนอัลกอริทึมการจัดอันดับแบบ SEO เดิมๆ แต่มันถูกออกแบบมาให้ทำหน้าที่เป็น “นักอ่านและผู้สรุป”

  1. AI ชอบหน้าเว็บที่มีเนื้อหาสาระเน้นๆ ให้คำตอบที่ตรงประเด็นและครบถ้วน เว็บอันดับ 1 หลายเว็บอาจจะติดหน้าแรกเพราะมี Domain Authority (DA) สูง หรือมี Backlink เยอะ ใช้ Keyword ได้เหมาะสม แต่ถ้าเนื้อหาข้างในมีแต่น้ำไม่มีเนื้อ AI ก็จะไม่เลือกหยิบมาใช้
  1. โครงสร้างที่ AI สามารถเข้าไปอ่านข้อมูลง่าย (Machine-Readable Structure): เว็บที่จัดระเบียบเนื้อหาดี มีการใช้ Heading (H2, H3) ชัดเจน ใช้ Bullet Points  และ Schema Markup อย่างถูกต้อง ตรงนี้จะช่วยให้โมเดลภาษา(LLM) ดึงข้อมูลของเว็บไซต์ออกมาประมวลผลได้ง่ายกว่าเว็บที่เขียนข้อความติดกันเป็นพืดยาวๆ
  1. การให้คำตอบที่เป็นธรรมชาติเหมือนการถามตอบจากการพูดคุยและตรงคำถาม (Direct & Conversational Answers): AI ถูกเทรนมาให้เข้าใจภาษาแบบมนุษย์ เนื้อหาที่ AI ชอบจึงเป็นประมาณเขียนตอบปัญหาอย่างชัดเจน เช่น หากผู้ใช้ค้นหาว่า “ทำไมทำ SEO นานแล้วยังไม่ติดหน้าแรก?” บทความที่อธิบายด้วยภาษาง่ายๆ พร้อมเหตุผลทางเทคนิครองรับ จะมีแนวโน้มมากที่ AI จะหยิบไปตอบ แม้เว็บนั้นจะไม่ได้ปรับจำนวน Keyword แบบ SEO ในแบบเดิมก็ตาม
  1. ความเชื่อมโยงของเนื้อหา (Entity-Based Relevance): AI ไม่ได้ใช้วิธี “นับ Keyword” แต่มันประมวลผลจาก “ความเข้าใจในภาพรวมของเรื่องนั้นๆ” แทน หากบทความสามารถพูดถึงหัวข้อหลัก แล้วเชื่อมโยงไปหาองค์ประกอบอื่นๆ ในเรื่องเดียวกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ (เช่น เขียนแนะนำเรื่อง “การยิงแอด Facebook” แล้วมีการอธิบายครอบคลุมไปถึง Facebook Pixel, Lookalike Audience, และ ROAS) มีโอกาสที่ AI จะตีความว่าเนื้อหานี้ถูกเขียนขึ้นโดย “ผู้เชี่ยวชาญ” (E-E-A-T) และมีโอกาสสูงมากที่จะถูกดึงไปใช้ตอบคำถามผู้ใช้งาน

นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้วงการ SEO ตอนนี้ต้องทำสิ่งที่เรียกว่า AEO (Answer Engine Optimization) ควบคู่ไปด้วยครับ ซึ่งถือเป็นโอกาสทองของเว็บแบรนด์ใหม่ๆ หรือเว็บที่อันดับยังไม่สูง ที่จะใช้ “คุณภาพของคอนเทนต์” ลัดคิวเว็บใหญ่ๆ ขึ้นไปโผล่ในกล่อง AI สรุปผลด้านบนสุดได้

5 เทคนิคที่ทำให้ธุรกิจของคุณถูก AI นำไปแนะนำ

5 เทคนิคที่ทำให้ธุรกิจของคุณถูก AI นำไปแนะนำ

1. เตรียมเว็บไซต์ให้ AI เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย (Technical Readiness)

ก่อนจะคิดเรื่อง Content หรือ Keyword ต้องแน่ใจก่อนว่าเว็บไซต์สามารถถูกค้นพบและเข้าถึงข้อมูลสำคัญได้ ปรับโครงสร้างเว็บไซต์ให้เป็นระเบียบ โหลดไว และไม่บล็อกการทำงานของบอท (Crawler) เพื่อให้ AI สามารถเข้ามาเก็บข้อมูล (Crawl) และทำความเข้าใจหน้าเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็วและไม่ตกหล่นหน้าสำคัญ

เรื่องเหล่านี้เป็น Technical SEO แต่มีผลโดยตรงต่อการที่ Search Engine จะค้นพบและทำความเข้าใจเว็บไซต์ ถ้าระบบเข้าถึงข้อมูลไม่ได้ ต่อให้ Content ดีแค่ไหน ก็อาจไม่ถูกนำไปใช้

2. ใส่ Schema Markup ให้ AI “อ่าน” ธุรกิจออก

การใส่ Schema เหมือนการฝังโค้ดโครงสร้างข้อมูล (Structured Data) เช่น ข้อมูลบริษัท (Organization), สินค้า (Product) เพื่อป้อนข้อมูลสำคัญให้ AI เข้าใจได้ทันทีว่าคุณคือใคร ขายอะไร และอยู่ที่ไหน โดยไม่ต้องเสียเวลาประมวลผลความหมายเอง เสมือนกับว่าแปลภาษาให้ AI เข้าใจ จัดระเบียบข้อมูลสำคัญของธุรกิจให้ระบบเข้าใจได้ง่ายขึ้น

แต่ Schema ก็ไม่ใช่ปุ่มลัดที่จะทำให้ AI แนะนำธุรกิจ สิ่งสำคัญคือข้อมูลใน Schema ต้องสอดคล้องกับข้อมูลที่ผู้ใช้เห็นบนหน้าเว็บจริงๆ และต้องใส่เฉพาะข้อมูลที่มีอยู่จริงและเกี่ยวข้องกับหน้านั้น

3. เขียน Content ที่ตอบ Intent ตรงจุด ไม่ใช่ไล่ Keyword

การทำ Content ไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า “Keyword นี้ต้องใส่กี่ครั้ง?” แต่ควรเริ่มจาก “ลูกค้ากำลังต้องการคำตอบอะไร?” Content ที่ดีต้องทำให้ AI มาหยิบคำตอบไปตอบคำถามของผู้ใช้ได้อย่างตรงประเด็น สร้างเนื้อหาที่ตอบคำถามอย่างเป็นธรรมชาติเสมือนการพูดคุยและตรงประเด็น พร้อมขยายไปในส่วนที่เกี่ยวข้อง (Entity) เพื่อแสดงให้เห็นว่าเรามีความเชี่ยวชาญในด้านนี้ แทนการเขียนเพื่อเน้นย้ำคีย์เวิร์ดซ้ำๆ

4. สร้าง Digital Trust ผ่านรีวิวและแหล่งอ้างอิง

AI จะตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแบรนด์ (E-E-A-T) การที่ธุรกิจของเรามีรีวิวคุณภาพบนแพลตฟอร์มต่างๆ และการถูกกล่าวถึง(Mentions) จากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ จะช่วยเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญที่ทำให้ AI มั่นใจในการดึงแบรนด์ไปแนะนำ สิ่งสำคัญคือ ข้อมูลควรสอดคล้องกัน ชื่อธุรกิจ บริการ เว็บไซต์ ที่อยู่ หรือข้อมูลสำคัญอื่น ๆ ไม่ควรแตกต่างกันจนทำให้เกิดความสับสน

Digital Trust จึงไม่ได้เกิดจากการใส่คำว่า “น่าเชื่อถือ” ลงในเว็บไซต์ แต่เกิดจากการที่ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจสามารถตรวจสอบและเชื่อมโยงกลับไปยังแบรนด์ได้จากหลายแหล่ง

5. อัปเดตข้อมูลธุรกิจให้สดใหม่และสม่ำเสมอ

ข้อมูลบนเว็บไซต์ไม่ควรหยุดอยู่ที่วันที่ launch เว็บไซต์ หรือลงบทความครั้งเดียวแล้วจบ ธุรกิจเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นบริการใหม่ ทีมงานใหม่ ผลงานใหม่ ราคา พื้นที่ให้บริการ หรือ Case Study หากเว็บไซต์ยังมีข้อมูลเก่าที่ไม่ตรงกับธุรกิจในปัจจุบัน ก็อาจทำให้ทั้งผู้ใช้และระบบ Search เข้าใจธุรกิจผิดไปจากความเป็นจริง ไม่จำเป็นต้องอัปเดตทุกหน้าเว็บไซต์ทุกสัปดาห์ แต่ควรตรวจสอบว่า ข้อมูลสำคัญที่ลูกค้าและ Search Engine ใช้ทำความเข้าใจธุรกิจยังเป็นปัจจุบันหรือไม่ เพราะ AI มักจะเลือกดึงข้อมูลที่สดใหม่และแม่นยำที่สุดไปตอบคำถามผู้ใช้งานเสมอ

ไม่มีสูตรที่รับประกันได้ว่า AI จะเลือกแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งทุกครั้ง เพราะคำตอบของ AI สามารถเปลี่ยนแปลงตามคำถาม บริบท แหล่งข้อมูล และระบบที่ใช้

แต่ธุรกิจสามารถเพิ่มความพร้อมของตัวเองได้ด้วยการทำให้ข้อมูล เข้าถึงง่าย เข้าใจง่าย ตอบคำถามได้ และตรวจสอบได้ เพราะในวันที่ลูกค้าไม่ได้ถามเพียงว่า “เว็บไซต์ไหนอยู่อันดับ 1?” แต่ถามว่า “ธุรกิจไหนเหมาะกับฉัน?”

ธุรกิจที่เตรียมข้อมูลและ Digital Presence ไว้อย่างเป็นระบบ ก็มีโอกาสมากขึ้นที่จะถูกค้นพบและถูกนำเสนอใน Customer Journey รูปแบบใหม่ 

หากยังไม่แน่ใจว่าตอนนี้เว็บไซต์ของคุณมีปัญหาแบบเดียวกับที่อธิบายไปหรือเปล่า? ให้ Glaxier ตรวจสอบความพร้อมของเว็บไซต์สำหรับ AI Search เลยวันนี้ ติดต่อขอคำปรึกษาได้ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด